<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบขู่สภาโหวตหนุน‘ประยุทธ์’ก็ไล่ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โฆษก บช.น.&amp;quot; เตือนม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ชุมนุมใหญ่ 3 ก.ย.แยกราชประสงค์อาจมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น &amp;quot;เต้น&amp;quot; นำคาร์ม็อบพรึ่บแยกอโศกมนตรี ลั่นไล่บิ๊กตู่คู่ขนานสภา ยังกั๊กยกระดับค้างคืนขอดูสถานการณ์การเมือง &amp;quot;แยกดินแดง&amp;quot; ป่วนอีก! &amp;quot;ทะลุแก๊ส&amp;quot; เผายาง-จุดประทัด &amp;quot;ราชทัณฑ์&amp;quot; แจง 5 แกนนำ 3 นิ้วร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 2 ก.ย. พล.ต.ต.ปิยะ &amp;nbsp;ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก &amp;nbsp;บช.น. กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองว่า มีการนัดหมายชุมนุม 2 กลุ่ม &amp;nbsp;คือ กลุ่มคาร์ม็อบ นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ &amp;nbsp;หรือ บ.ก.ลายจุด เวลา 16.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกมนตรี &amp;nbsp;และกลุ่มทะลุแก๊ส ไปก่อความวุ่นวายที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่ง บช.น.ขอเตือนว่ากรุงเทพฯ ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.บ.จราจรทางบก โดยได้จัดเตรียมกำลังตำรวจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ในการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.มีทั้งสิ้น 170 คดี มีผู้ที่อยู่ในข่ายกระทำผิด 645 ราย จับกุมตัวแล้ว &amp;nbsp;375 ราย และการดำเนินคดีตั้งแต่ ก.ค.64 มีทั้งสิ้น 422 คดี สอบสวน เสร็จสิ้นแล้ว 201 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 221 คดี พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ชุมนุมอีก 164 หมาย แบ่งเป็นแกนนำ 25 หมาย ผู้ชุมนุม 139 หมาย นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ปกครอง 17 ราย กรณีปล่อยปละละเลย ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กและเยาวชนกระทำผิดกฎหมาย หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกฯ ทางการข่าวทราบว่าจะมีการปักหลักและใช้เครื่องขยายเสียง ไม่เคลื่อนขบวนไปรัฐสภา ส่วนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันที่ 3 ก.ย. ที่บิ๊กซีราชประสงค์ คาดว่าอาจมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น และในวันที่ 4 ก.ย. &amp;nbsp;กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ และกลุ่มรีเดมจะเดินทางไปที่สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ การชุมนุมที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้ถอดเทปคำปราศรัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;quot; โฆษก บช.น.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.45 น. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกมนตรี จุดนัดหมายกลุ่มคาร์ม็อบของนายณัฐวุฒิ ในนามผู้ประสานงานเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) และนายสมบัติ หรือ บ.ก.ลายจุด เพื่อแสดงพลังขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น มวลชนได้เริ่มปิดบริเวณแยกอโศกมนตรี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งระบายรถทั้งถนนสุขุมวิทขาเข้าและขาออก รวมทั้งถนนอโศกมนตรี ส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดหนัก จากนั้นมวลชนที่มาจากหลายเครือข่ายแนวร่วมได้ลงพื้นผิวถนนทำกิจกรรม
คาร์ม็อบคึกไล่บิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.15 น. นายณัฐวุฒิได้เดินทางถึงแยกอโศกมนตรี โดยใส่เสื้อสีแดงสกรีนตัวอักษรสีขาวคำว่า &amp;ldquo;ไพร่&amp;rdquo; พร้อมเปิดเผยว่า นอกจากการมาแสดงพลังแล้วยังเป็นการสื่อสารไปยัง ส.ส.ในสภาทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านว่า ประชาชนจำนวนมหาศาลเชื่อว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่ยอมรับการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ส.ส.ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างประชาชนกับประยุทธ์ ที่ล้มเหลวสร้างความเสียหาย ผู้คนล้มตายมากมาย ส.ส.ที่มาจากประชาชนจะตัดสินใจเลือกอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจว่าขณะนี้มีเสียงเสียดทานทางการเมืองเกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์จากซีกรัฐบาลพอสมควร ซึ่งแน่นอนว่าประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องในความขัดแย้งดังกล่าว แต่ถ้าจะมีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมือง จุดยืนของเราชัดเจน เรายอมรับการเปลี่ยนแปลงในระบบเท่านั้น ไม่ยอมรับวิธีการนอกระบบและวิธีการพิเศษนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;หาก พล.อ.ประยุทธ์ผ่านการไว้วางใจได้เป็นนายกฯ ต่อ เรายังยืนยันเดินหน้าขับไล่ แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์เกิดชะตากรรมทางการเมืองจากความขัดแย้งที่เข้มข้นเวลานี้ ประชาชนยังคงยืนยันขอเรียกร้องในระบบไม่เอาวิธีอื่นเด็ดขาด&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายไล่ประยุทธ์ระบุว่า เราจะเดินหน้าโดยคำนึงถึงความจริงของสถานการณ์ การจะยกระดับหรือพัฒนาการใดๆ เอาสถานการณ์เป็นตัวตั้ง ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับนายกฯ ขณะนี้ส่วนสำคัญมาจากความล้มเหลวในการบริหการ แม้แต่สมาชิกพรรครัฐบาลก็พบเห็นว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อไป ยากลำบากเหลือเกินที่พวกเขาจะเดินกลับไปหาประชาชนและสำเร็จทางการเมืองเพื่อเข้าสู่สภาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับความเห็นชอบข้างมากก็ตาม ก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อย่างน้อยต้องมีการปรับ ครม. เชื่อว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ครม.ชุดนี้อยู่ร่วมกันไม่ได้ ทำงานร่วมกันไม่ได้ ดังนั้นกระบวนการใดก็ตามที่กำลังปฏิเสธอำนาจประยุทธ์อยู่ก็เดินซะให้สุดเลย ล้ม พล.อ.ประยุทธ์ไปเสีย แต่อย่าใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีการสู้กันอีก&amp;quot; ผู้ประสานงานเครือข่ายไล่ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะมีการยกระดับค้างคืนหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากสถานการณ์จำเป็นจะต้องปักหลักค้างแรมคงต้องสรุปกันอีกที ถ้าคนหนุ่มสาวเขามีการแสดงพลัง พวกตนพร้อมสนับสนุนเต็มที่ รู้สึกตื่นเต้น ห่างการปราศรัยมาแล้ว 3 ปี การต่อสู้ก็คงจะใช้ตรงนี้เพราะเป็นพื้นที่กลางเมืองไปมาง่าย ห่างพื้นที่เปราะบาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมในวันนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนหนุ่มสาวและเครือข่ายได้แสดงออก เป็นการเชื่อมต่อของยุคสมัยกระบวนการต่อสู้แต่ละรุ่น คนรุ่นผมออกมาเป็นพลังเสริม คนหนุ่มสาวคือกลุ่มนำ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ได้จะทำ การจัดกิจกรรมไม่น่าจะเกิน 20.00 น.บวกลบนิดหน่อย เพื่อให้พี่น้องเดินทางกลับเวลาเคอร์ฟิว&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.29 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อได้เข้ามาแจ้งว่า การชุมนุมดังกล่าวมีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งนายณัฐวุฒิได้แจ้งว่าจะทำกิจกรรมให้เสร็จภายใน 20.00 น. และจะไม่มีการเคลื่อนขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่น หัวหน้าพรรคก้าวล่วง ได้ขึ้นปราศัยว่า วันนี้จะเอาแค่ขึ้นเสา พรุ่งนี้จะปีนให้สูงถึงเพดานที่แยกราชประสงค์ วันนี้มาทวงสัญญาจากคนที่ชื่อว่าประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;เขาบอกจะนำพาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และสัญญาว่าจะเข้ามาปราบโกง &amp;nbsp;ปราบคนอื่นหมดแต่ตัวเองโกงคนเดียว วันนี้ระดับการทุจริตของไทยสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก่อนที่จะปราบใครต้องปราบตัวเองก่อน อีกอย่างสัญญาจะเข้ามาปฏิรูปตำรวจ ก่อนอื่นต้องบอกว่าปี 48-49 ตำรวจถูกกล่าวว่าเป็นขี้ค่าทักษิณ ปีนี้ถูกว่าเป็นขี้ข้าเผด็จการอีก ตำรวจเป็นด่านหน้า เราประกาศจะเป็นมิตรกับตำรวจ ผู้ประกอบอาชีพตำรวจไม่ใช่คนชั่วร้าย แต่ที่ชั่วร้ายคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ภายใต้การกำกับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้ามีการปฏิรูปจริงคงไม่เห็นสารวัตรโจ้ได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวต่ออีกว่า สุดท้ายที่พรรคก้าวล่วงจะไม่ยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกต่อไปคือ ประยุทธ์ล้มเจ้า ไม่มีสมัยไหนที่มีรัฐบาลนำพาสถาบันตกต่ำขนาดนี้ ประยุทธ์ดึงฟ้าลงมาต่ำเพื่อมาหากิน จึงยอมไว้วางใจไม่ได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ขึ้นปราศรัยช่วงค่ำว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่มาแล้ว 7 ปี สัญญากับประชาชนหลายเรื่องไม่เคยได้อะไร แล้วหน้าด้านบอกจะอยู่จนตาย คำพูดทำลายอนาคตของคนทั้งประเทศ ไม่อยากให้ประยุทธ์ตายก่อนเวลา แต่ให้ตายตามอายุขัย เราควรจะจดจำ พล.อ.ประยุทธ์ไว้เป็นอนุสรณ์ วันหนึ่งเราชนะจะต้องสร้างอนุสรณ์ความหายนะที่ประยุทธ์ทำให้ แต่จะไม่สร้างให้เสียเงินภาษี เปลี่ยนแค่สะพานควายเป็นสะพานประยุทธ์จบ ดังนั้นเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องสร้างอนุสรณ์ &amp;nbsp;จะบอกเป็นแนวทางเอาคนที่โง่ออกจากตำแหน่ง วันที่ 4 ก.ย.นี้จะมีการลงมติไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ผมเรียกว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล บอกว่าตนเองเป็นผู้แทนราษฎร คนพวกนี้จะไปโหวตรับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำประเทศอีกต่อไป ดังนั้นต่อให้พวกคุณอ้างเป็นตัวแทนราษฎร เราไม่ยอมรับอีกต่อไป &amp;nbsp;ต่อให้โหวต พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ แต่พวกเราราษฎรทั้งหลายจงออกมาแสดงเจตจำนงอย่างไม่ลดละ แสดงว่าฉันจะออกมาขับไล่จนกว่าแกจะออกจากอำนาจ ถ้าสภาโหวตรับ เราจะอยู่ที่นี่ ส.ส.ไม่ใช่เจ้าของอำนาจ เป็นเพียงตัวแทนประชาชนเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบัติกล่าวอีกว่า การออกมาของเรามาทุกวัน วันละสั้นๆ หลังวันที่ 4 ก.ย.นัดหมายอีกทีรูปแบบเป็นอย่างไร ให้ประชาชนจัดตาราง &amp;nbsp;4 โมงเย็นมากินข้าวที่นี่ อยู่ที่นี่ทุกวันเป็นเดือน ดูว่าจะไปไหม เปลี่ยนถนนเส้นนี้เป็นถนนคนเดิน เปิดท้ายขายของหากิน เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ส่วนประยุทธ์ต้องออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่แยกดินแดง เวลา 18.00 น. กลุ่มทะลุแก๊สนัดทำกิจกรรมเคลื่อนไปยังบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ โดยกลุ่มทะลุแก๊สประมาณ 50 คน ได้เริ่มก่อความวุ่นวาย ด้วยการนำยางรถยนต์เก่ามาเผาบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและถนนวิภาวดีฯ พร้อมกับจุดประทัดเสียงดังเป็นระยะ &amp;nbsp;ขณะที่ตำรวจไม่ได้ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่ถนนวิภาวดีฯ แต่อย่างใด โดยยังรักษาแนวในที่ตั้งกรมดุริยางค์ทหารบก จากนั้นกลุ่มทะลุแก๊สได้นำแผงเหล็กไปปิดการจราจรถนนดินแดงมุ่งหน้าถนนวิภาวดีฯ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก &amp;nbsp;
5 แกนนำ 3 นิ้วดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ภาคี Save บางกลอยได้ส่งตัวแทนมายื่นจดหมายถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ กสม.ดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกคัดค้านการประกันตัว จนในที่สุดทำให้นายธัชพงศ์ หรือชาติชาย แกดำ หนึ่งในนักเคลื่อนไหวคนสำคัญของภาคี Save บางกลอยติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ได้รายงานสถานการณ์และการควบคุมดูแลผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน 5 รายนั้น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย อ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ ส่วนนายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า รู้สึกตัวดี ไม่มีหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ ไม่มีปวดศีรษะ รับประทานอาหารได้ ขับถ่ายปกติ &amp;nbsp;ตรวจวัดสัญญาณชีพและค่าออกซิเจนของทั้ง 2 รายผลเป็นปกติ และได้รับการรักษาโควิดจนครบกำหนด 14 วันแล้ว อยู่ระหว่างการพักฟื้นเพื่อจำหน่ายกลับไปคุมขังยังเรือนจำตามเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวว่า ในส่วนนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ รู้สึกตัวดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย หายใจปกติ ไม่มีเจ็บแน่นหน้าอก ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ รับประทานอาหารได้ นายชาติชาย แกดำ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ อ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก อาการปวดหูลดลง พบมีผื่นขนาดเล็กขึ้นตามร่างกาย แพทย์ประเมินอาการและจ่ายยารักษาตามอาการ ทั้งนี้ จากการตรวจวัดสัญญาณชีพและค่าออกซิเจนของทั้ง 3 ราย ผลเป็นปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีเพจอานนท์ นำภา ระบุว่าผู้ต้องขังห้องติดกันหมดสติและไม่หายใจต่อหน้าต่อตานั้น โฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า ผู้ต้องขังที่เกิดอาการชักเกร็ง หมดสติ และไม่หายใจดังกล่าวนั้น สถานบำบัดพิเศษกลางได้รับตัวไว้เมื่อวันที่ 13 ส.ค.64 มีอายุ 46 ปี ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดจำนวน &amp;nbsp;3 ครั้ง ผลเป็นลบ สอบประวัติตอนแรกรับผู้ต้องขังไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยหรือโรคประจำตัว ซึ่งมาทราบภายหลังจากเกิดอาการแล้วว่าเคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุดังกล่าวเป็นเหตุฉุกเฉินที่ทางทัณฑสถานได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังและทันท่วงที โดยเร่งนำส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างเร่งด่วน ขณะนี้ผู้ต้องขังดังกล่าวมีอาการทุเลาสามารถหายใจได้เอง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และพยาบาลของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างใกล้ชิด&amp;quot; โฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115443</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ปิยะ  ต๊ะวิชัย, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตือนม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130b49470915.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
